welcome

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Windows 8 แท็บเล็ต Core i5 จาก Dell

   
         รายงานข่าวล่าสุด เดือนตุลาคมที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เดลล์ (Dell) อาจจะมีซอร์ไพรส์ใหักับผู้บริโภคทั่วโลกด้วยการเปิดตัว"แท็บเล็ต"ที่ไม่มีใครเหมือน ซึ่งใช้โค้ดเนมว่า Peju เนื่องจากแหล่งข่าวอ้างว่า มันจะเป็น"แท็บเล็ต"ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ของ Microsoft นั่นก็คือ Windows 8
        ในสมรภูมิแท็บเล็ตต้องยอมรับว่า แม้ Dell จะเป็นรายๆ แรกที่เปิดตัว"แท็บเล็ต"สายพันธุ์ Android ออกมาก่อนชาวบ้าน แต่มันค่อนข้างเงียบ ไม่ว่าจะเป็น Streak 5 และ Streak 7 ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้แท็บเล็ตทั้งสองไม่โดนใจผู้บริโภค โดยเฉพาะ Streak 5 สมาร์ทโฟนที่เล็กเกินจะเป็นแท็บเล็ต และใหญ่เกินจะเป็นสมาร์ทโฟน ในขณะเดียวกัน Sreak 7 กลับไม่ค่อยมีการพูดถึงในตลาดมากนัก ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับผู้นำตลาดอย่าง Samsung Galaxy Tab ที่มีทั้งความพร้อมในผลิตภัณฑ์ และการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดที่ทำอย่างต่อเนื่อง
           ล่าสุด Dell ยังคงเดินหน้าในการเข้าสู่สมรภูมิแท็บเล็ตต่อไป โดยมีแผนจะเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ทีมีขนาดหน้าจอ 10 นิ้ว (1920 x 1080 พิกเซล) ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Intel Core i5 หน่วยความจำ 4GB สตอเรจ SSD มีสองความจุให้เลือกคือ 64GB หรือ 128GB เพียบพร้อมด้วยพอร์ตใช้งานสารพัดไม่ว่าจะเป็น USB 2 พอร์ต HDMI, mini VGA, microSD นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับกล้องหน้า 1.3 ล่านพิกเซล และกล่้องหลัง 5 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G และ 4G งานนี้เรียกว่า ระดมสเป็กทีทางบริษัทคาดว่าจะสามารถข่ม iPad ได้ ส่วนระบบปฎิบัติการที่ใช้กับ Peju ในเบื้องต้นน่าจะเป็น Windows 7 แต่สามารถอัพเกรดเป็น Windows 8 ได้ แบตเตอรี่อยู่ได้ 6 - 8 ชม. และหนักเพียง 1.9 ปอนด์ (ประมาณ 0.8 ก.ก.)



       จะว่าไปแล้วสเป็กของ Peju ไม่ได้แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดสักเท่าใด มันดูเหมือน Dell ไม่ได้สนใจในคู่แข่งอย่าง iPad ของ Apple, Android 3.0 Honeycomb Tablet หรือแม้แต่ BlackBerry Playbook ของ RIM เลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม Dell ไม่ได้พยายามเปลี่นพีซีทั่วไปให้อยู่ในรูปของแท็บเล็ต แต่กำลังสร้างอุปกรณ์โมบายที่ทำงานด้วยระบบสัมผัสอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเลือก Windows 8 และอินเตอร์เฟซระบบสัมผัสของทางบริษัทเป็นจุดเริ่มต้นในการเจาะตลาดนี้ ดังนั้นแม้ว่า Dell จะดูช้าไปสักนิดสำหรับการบุกตลาดแท็บเล็ต แต่ด้วยการเลือกองค์ประกอบให้กับแท็บเล็ตของบริมํทครั้งนี้ ก็ต้องถือว่า น่าลุ้นไม่น้อยเหมือนกัน ซึ่งก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า แท็บเล็ตที่ทำงานด้วย Windows 8 จะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมาจาก Apple ได้สักเท่าไร?

ขอบคุณข้อมูลจาก    http://www.arip.co.th/

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

บุคคลที่ชื่นชอบด้านวิชาการ



ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช

ประวัติชีวิต
           ดร.คุณหญิงกัลยาเป็นหนึ่งในลูกโคราช หลานย่าโม ด้วยเกิดและเติบโต
ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวพ่อค้าตระกูล "พงศ์พูนสุขศรี"
มีพี่น้องคลานตามกันมารวม 8 คน

เช่นเดียวกับเด็กชนบท ชีวิตในวัยเยาว์ของดร.คุณหญิงกัลยาไม่ได้สุขสบายเหมือนคนเมืองกรุง ไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา มีเพียงตะเกียงเจ้าพายุช่วยให้แสงสว่าง และต้องหาบน้ำจากคลองมาใช้ รวมทั้งต้องช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ด้วยการเลี้ยงน้อง จ่ายตลาด ทำกับข้าว เลี้ยงหมู และขายของ

"เป็นผู้หญิงถ้าไม่มีความรู้ติดตัว ต่อไปจะลำบาก" คำสอนของแม่ที่พร่ำบอกอยู่ทุกวัน ทำให้ดร.คุณหญิงกัลยาขยันเรียนหนังสือ โดยเริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนวัดใหม่ และวัดใหญ่สีคิ้ว ก่อนจะเรียนต่อที่โรงเรียนสีคิ้วสวัสดิ์ผดุงวิทยา จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ณ เวลานั้นเอง ดร.คุณหญิงกัลยาได้รับเลือกเป็น "ยุวเกษตรกร" ของจังหวัด เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมประชุม "ยุวเกษตรกรนานาชาติ" ที่กรุงเทพฯ ทำให้โลกทัศน์ต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเปิดกว้างขึ้น และเกิดจุดประเด็นความคิดที่จะผลักดันตัวเองให้เจริญก้าวหน้า โดยมีการศึกษาเป็นเครื่องชี้นำ

ด้วยความเป็นเด็กเรียนเก่ง ดร.คุณหญิงกัลยาสามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท ก่อนเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจนได้ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต(เกียรตินิยม) สาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งๆ ที่ขณะเป็นนิสิต นอกจากการเรียน เธอยังทำกิจกรรมควบคู่ไปด้วยโดยการเป็นนักบาสเกตบอลของคณะ

 
       การเรียนที่ยอดเยี่ยม ทำให้ดร.คุณหญิงกัลยาได้มีโอกาสไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท และปริญญาเอก สาขานิวเคลียร์ฟิสิกส์ ที่อิมพีเรียล คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยได้รับทุนโคลัมโบ และเธอก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง ด้วยการสำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาโทและเอกโดยใช้เวลาเพียง 4 ปีครึ่ง นับเป็น "ด็อกเตอร์" ที่มีอายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในเวลานั้น

หลังสำเร็จการศึกษา ด็อกเตอร์อายุน้อยที่สุดก็กลับมาใช้ทุนที่เมืองไทย ด้วยการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นงานประจำชิ้นแรกในชีวิตของดร.คุณหญิงกัลยา



ชีวิตรัก


   ชีวิตรักของดร.คุณหญิงกัลยาเริ่มต้นขึ้นขณะกำลังศึกษาปริญญาโทและเอกที่ประเทศอังกฤษ กับทายาทตระกูลดังเจ้าของธนาคารกรุงเทพ…โชติ โสภณพนิช ที่ภายหลังกลายเป็นคู่ชีวิต ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนานกว่า 30 ปี

เรื่องราวความรักระหว่างดร.คุณหญิงกัลยา กับคุณโชติ โสภณพนิช เป็นดั่งนิยาย ทั้งสองพบกันครั้งแรกที่สำนักงาน ก.พ. ประเทศอังกฤษ ขณะที่ฝ่ายหญิงเป็นนักเรียนทุน ส่วนฝ่ายชายเป็นผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สำนักงานลอนดอน โดยที่ฝ่ายหญิงไม่รู้เลยว่าฝ่ายชายนั้นเป็นถึงทายาทเจ้าของธนาคาร

สายสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อฝ่ายชายหยิบยื่นกุญแจบ้านพักนายธนาคารให้กับฝ่ายหญิง เพื่อให้ยืมสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์นักเรียนไทยในอิมพีเรียลคอลเลจ ตามด้วยการติดต่อทางโทรศัพท์จากฝ่ายชาย ก่อนปิดท้ายด้วยการชวนไปทานข้าว

ต้นรักเริ่มงอกงาม เมื่อฝ่ายชายเอาใจใส่ คอยเทียวรับเทียวส่งในยามที่ฝ่ายหญิงต้องทำงานวิจัยดึกดื่น จนกระทั่งดร.คุณหญิงกัลยาสำเร็จการศึกษา และต้องกลับเมืองไทยเพื่อทำงานใช้ทุน ขณะที่คุณโชติยังคงทำงานอยู่ที่อังกฤษ

แต่ระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความรัก ในที่สุด ทั้งสองก็ตกลงใช้ชีวิตร่วมกันที่ประเทศอังกฤษ

ดร.คุณหญิงกัลยาใช้ชีวิตในอังกฤษได้ 5 ปี ก็จำต้องย้ายตามคุณโชติที่ได้เป็นผู้จัดการประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกที่ฮ่องกงถึง 4 ปี จากนั้นจึงย้ายกลับมาตั้งรกรากที่เมืองไทยจวบจนปัจจุบัน โดยมีทายาทสืบทอดรวม 4 คนคือ โชติยา ชลิต สุภณา และกิติยา
 


ผลงานในอดีตและปัจจุบัน

      ดร.คุณหญิงกัลยาเริ่มทำงานเพื่อสังคมหลังจากที่กลับมาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวร โดยใช้เวลาที่เหลือนอกเหนือจากการดูแลครอบครัว ภายใต้การสนับสนุนของคุณโชติ-สามี

       งานแรกที่ดร.คุณหญิงกัลยารับอาสาโดยไม่มีค่าตอบแทนคือ งานใน "โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน" โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทำต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี ก่อนจะร่วมกับเพื่อนๆ ก่อตั้งศูนย์ฝึกเด็กปัญญาอ่อน "ประภาคารปัญญา" มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อฝึกเด็กปัญญาอ่อนให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

       ด้วยดีกรี "ด็อกเตอร์" ทางด้านนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ทำให้ดร.คุณหญิงกัลยามีบทบาทในวงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของไทยไม่น้อย เริ่มตั้งแต่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม หลายสมัยเป็นเวลากว่า 20 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง "ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ" (NECTEC) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

       และด้วยจิตสำนึกที่ต้องการฟื้นผืนป่าที่กำลังจะหมดไปในประเทศไทย ดร.คุณหญิงกัลยา จึงได้ก่อตั้ง "มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์" ขึ้น ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว โดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รณรงค์ให้คนไทยปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ทุกรูปแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับประเทศไทย ซึ่งทำต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปี

      ปัจจุบัน ดร.คุณหญิงกัลยายังคงทำงาน "แทนคุณแผ่นดิน" ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และสังคม อาทิ
  

  
  • กรรมการบริหารโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

  • กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์

  • ผู้ก่อตั้งและประธานศูนย์การเรียนรู้พิเศษ “ประภาคารปัญญา” มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

  • รองประธานกรรมการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจนในประเทศไทย(C.C.F.) ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


  •   งานการเมือง

        หลังจากทำงานปิดทองหลังพระมากว่า 20 ปี ในที่สุด ดร.คุณหญิงกัลยาก็ตัดสินใจก้าวสู่เวทีเบื้องหน้า ด้วยการลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อปีที่ผ่านมา ในนามกลุ่ม "กรุงเทพฯ สดใส" ที่มาพร้อมกับสโลแกน "อิสระทางความคิด ไม่ยึดติดผลประโยชน์" พ่วงมากับนโยบาย 4 พัฒนา-พัฒนาคน พัฒนาเมือง พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาศิลปะวัฒนธรรมและศีลธรรม

     ครั้งแรกของการกระโดดลงสู่สนามการเมืองระดับท้องถิ่นของดร.คุณหญิงกัลยา ก็สร้างความฮือฮาให้กับคนกรุงเทพฯ ไม่น้อย นอกจากปรากฏการณ์ "โบว์สีฟ้า" ที่ระบาดไปทั่วกรุงเทพฯ แล้ว บรรดารายชื่อของทีมที่ปรึกษาซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ พล.ต.อ.วิศิษฐ์ เดชกุญชร ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ศ.ทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา ฯลฯ ก็ทำให้คนกรุงเทพฯ พุ่งความสนใจมาที่ดร.คุณหญิงกัลยาเป็นจุดเดียวกัน 

        เสร็จศึกจากสนามผู้ว่าฯ กทม. แม้ผลคือความพ่ายแพ้ แต่ชื่อ "ดร.คุณหญิงกัลยา" ก็กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นผู้หญิงเนื้อหอมที่บรรดาพรรคการเมืองใหญ่น้อยพากันรุมตอม ท้ายที่สุด ดร.คุณหญิงกัลยาก็ตัดสินใจสวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์

         ปี 2544-2549 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง "รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" ในปี 2546-2548 ก่อนจะได้การโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ในวันที่ 25 ธันวาคม 2551 จนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2553
     
     ตำแหน่งทางด้านการเมืองในปัจจุบัน


  • กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

  • คณะทำงานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคประชาธิปัตย์

  • ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรมพรรคประชาธิปัตย์

  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร


  • รางวัลเกียรติยศ

       ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดังต่อไปนี้

  • มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

  • มหาวชิรมงกุฎ

  • ประถมาภรณ์ช้างเผือก

  • ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

  • ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

  • ตติยจุลจอมเกล้า

  • จตุตถจุลจอมเกล้า

  • เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น ๕


  • และด้วยผลงานที่โดดเด่นในหลายด้าน ดร.คุณหญิงกัลยาจึงได้รับรางวัลเกียรติยศอื่นๆ อีกหลายรางวัล อาทิ

  • โล่เกียรติคุณคนดีศรีสังคม สาขาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ในปี 2535

  • รางวัลชีวิตจากมูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย

  • เสาเสมาธรรมจักร การส่งเสริมพุทธศาสนาด้านสิ่งแวดล้อม

  • โล่เกียรติยศจากสภากาชาดไทย ในฐานะแม่ตัวอย่างด้านการศึกษาประจำปี 2543 ในงาน "สื่อรักวันแม่"

  • ฯลฯ

      เหตุผลที่ชื่นชอบ ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช
       เหตุผลที่ชื่นชอบ ดร.คุณหญิงกัลยา เพราะท่านเป็นที่มีความรู้ ความสามารถ  และท่านก็ยังทำประโยชน์แก่สังคม ผ่านการทำงานกับมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ มูลนิธิที่ทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนมายาวนานถึง 25 ปี ซึ่งการทำงานด้านมูลนิธินี้ นอกจากจะต้องใช้กำลังกายอย่างมากแล้ว กำลังใจก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ก็ยืนหยัดทำมาจนถึงปัจจุบัน

    สัมภาษณ์ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จากรายการ The Idol คนบันดาลใจ





    ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.youtube.com
                                                            www.drkalaya.com/history.php
                                       www.panmai.com
    

    วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

    BME240 week5 ข้อ 7

    7.จงเขียนโปรแกรมเพื่่อรับค่าตัวเลข 1 จำนวนเพื่อตรวจสอบว่าเป็นเลขคู่ (Even number) หรือเป็นเลขคี่ (Odd number) จากนั้นให้ขึ้นข้อความ Do you want to continue ('Y/N') ? เพื่อถามว่าต้องการจะรับค่าตัวเลขถัดไปหรือไม่ ถ้าผู้ใช้กดปุ่ม Y จะให้มีการรับค่าตัวเลขถัดไป ถ้าผู้ใช้กดปุ่ม N โปรแกรมจะจบการทำงาน

    #include<stdio.h>
    #include<conio.h>
    main()
    {
          int num;
          char ans;
          do
          {
          printf("Enter Number : ");
          scanf("%d",&num);
                if(num%2==0)
                {
                      printf(" %d is even number",num);
                }
                else
                {
                      printf(" %d is odd number",num);
                }
          printf("\n Do you want to continue(Y/N) : ");
          ans=getche();
          printf("\n\n");
          }
          while(ans=='Y'||ans=='y');
    }

    วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

    บี้ เดอะสตาร์ในดวงใจ


    


    บี้ เดอะสตาร์ในดวงใจ

         ประวัติ  
                       บี้ เกิดวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2528 ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่สอง มีพี่สาวชื่อ "แมลงปอ" ชื่อ "บี้" นั้นมาจากภาษาคำเมืองว่า "กัมบี้" (แปลว่า แมลงปอ) เข้าศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สายวิทย์-คณิต และเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ (สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์)     ขณะศึกษาในระดับอุดมศึกษาบี้ยังได้รับเกียรติให้เป็นประธานชั้นปีของภาควิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ ต่อมาภายหลังเนื่องด้วยภารกิจทางด้านบันเทิงจึงได้ทำการสละสิทธิ์จากตำแหน่งนั้น และบี้ยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนในกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัย และเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แก่มหาวิทยาลัย  และได้รับเกียรติเป็นตัวแทนบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา ถวายพวงมาลัยข้อพระกร แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในปี พ.ศ. 2552


    เหตุผลที่ชอบบี้ เดอะสตาร์

                   เหตุผลที่ชอบบี้ เดอะสตาร์  เพราะเค้าเป็นคนมีความสามารถทั้งร้อง  ทั้งเต้น  ทั้งแสดง  การันตีได้จากผลงานของเค้าที่ผ่านมา เช่น ละครเรื่องพระจันทร์สีรุ้งและเพลงอีกมากมาย รวมถึงละครเวทีที่ต้องแสดงสด เค้าก็แสดงออกมาได้ดี      และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะเค้าประพฤติตัวเป็นเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม เช่น เป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อเด็ก และสตรี ประจำปี พ.ศ. 2551 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย เป็นต้น
       
    ผลงานของบี้ สุกฤษฏ์  วิเศษแก้ว
        
            กว่าจะเป็นดาว:


                                1 ใน 8 ผู้เข้าแข่งขัน the star 3 หนุ่มน้อยจากภาคเหนือ บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว

                                   Week คอนเสิร์ตเปิดตัว the star >> คนมันรัก
                                   Week 1 เพลงป๊อบช้า >> สัญญาต้องเป็นสัญญา
                                   Week 2 เพลงป๊อบแดนซ์ ฝากเลี้ยง
                                   Week 3 เพลงลูกทุ่ง >> สามสิบยังแจ๋ว
                                   Week 4 เพลงร็อก >> คิดถึงฉันมั้ยเวลาที่เธอ..., เด็กกว่าแล้วงัย
                                   Week 5 เพลงพี่เบิร์ด >> พริกขี้หนู, หมอกหรือควัน
                                   Week 6 คอนเสิร์ต 20 นาที >> เหลวไหล, ลองซิจ๊ะ, คุณครูครับ, ไว้ใจได้กา,
                                                  คนไม่สำคัญ, ไม่รักได้งัย
                                   Week 7 คอนเสิร์ต 30 นาที >> บอกว่าอย่าน่ารัก, คนในฝัน, โอ้เย, คู่กัด, ย้ำ,
                                                  พรุ่งนี้จะไปกับเธอ
                                   Week 8 คอนเสิร์ตรอบ 2 คนสุดท้าย >> รักเธอเหลือเกิน
                                   และท้ายที่สุดบี้ก็ได้ตำแหน่งที่ 2 จาก the star ค้นฟ้าคว้าดาวปี 3

    ผลงานละคร

    รอยอดีตแห่งรัก
        บี้กับการเป็นพระเอกเต็มตัวกับละครเรื่องแรกในชีวิต "รอยอดีตแห่งรัก" บี้รับบทเป็นเจ้าของแม็กกาซีนชื่อดัง(ต้นน้ำ)และได้ประกบคู่กับนางเอกสาวที่มาจากเวทีเดียวกัน น้องมิว พีรชยา พิณเมืองงาม(มีน)

     
     • หัวใจศิลา
        ผลงานละครเรื่องแรกเพิ่งจบไปได้ไม่นาน ก็มีผลงานละครเรื่องที่สองออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน  เป็นครั้งแรกที่ได้ประกบกับนางเอกสาวมากความสามารถอย่าง ฟาง พิชญา

    พระจันทร์สีรุ้ง
       การกลับมารับงานแสดงละครอีกครั้งของบี้สำหรับละครเรื่องนี้ส่งผลให้บี้ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดนิยมจากงานท็อปอวอร์ด 2009
    

    ดอกรักริมทาง ละครแนวคอมมิวดี้และดราม่า ประกบกับวิว วรรณรท
     ข้ามเวลาหารักละครเรื่องล่าสุดของบี้ สุกฤษฏ์ ประกบคู่กับวิว วรรณรท และนก สินจัย เป็นละครมิวสิคัล ออนทีวี
    ผลงานละครซิทคอม
    นัดกับนัด
        ซิทคอทสุดฮา....นัดกับนัด....เรื่องนี้บี้รับบทเป็นนัดหล่อได้ร่วมกับเพื่อนสุดซี้อย่างนายอาร์ อาณัตพล ศิริชุมแสง หรือนัดเท่ห์
    ปล. ติดตามได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.00 น. ทางช่อง 9

    ผลงานละครเวที



     
    บัลลังก์เมฆ
        ผลงานแสดงอีกอย่างของ "บี้" ที่ทำให้ยืนยันได้ว่าผู้ชายคนนี้มีความสามารถมากมายหลายด้านจริงๆ
    กับบทบาทของ "ปกรณ์" ที่สะกดคนดูได้ทั้งโรงละครเลยทีเดียว
     

    ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล
        นพพร ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้กับความรักที่กำลังแตกสลาย...   กับการแสดงละครเวทีเรื่องที่สองเพื่อตอกย้ำความสามารถทางการแสดงของผู้ชายคนนี้อีกครั้ง


    ผลงานเพลง
    love scenes(เลิฟซีนส์) >> 2549
        love...I Need Somebody...love เพลงฮิตติดหูกับท่าเต้นที่ฮิตกันทั่วประเทศของหนุ่ม บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว
    ไม่ใช่แค่เพลงนี้เพลงเดียวที่ฮิตติดชาร์ตยังมีอีกหลายเพลงที่ตะกายขึ้นชาร์ตไม่ว่าจะเป็น ตัดใจไม่ไหว, สายไปไหม, อดห่วงไม่ไหว, รหัสรัก ฯลฯ
    
     
    I Love You Too(ไอเลิฟยูทู) >> 2551
        ตอนนี้ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักกับท่าเต้น "จังหวะหัวใจ" กับอัลบั้มในครั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะมีแค่เพลงจังหวะหัวใจเท่านั้นที่กำลังขึ้นชาร์ตเพลงต่างๆ   ยังมีเพลง someOne, ปากหนัก ที่กำลังกระโดดขึ้นชาร์ตเช่นกัน

    

    • Hug Bie(ฮักบี้) >> 2552
        ยังคงคอนเซ็ปเดิมสำหรับแนวเพลงกับจังหวะการเต้นที่สุดแสนจะเพอร์เฟค ^_^ ไม่ว่าจะเป็นเพลงจังหวะสนุกๆ อย่าง wait a minute , hug หรือจะเป็นเพลงช้าอย่างเพลง มากมาย, ความทรงจำในลมหายใจ และอีกหลายๆเพลง 

    It's alright >> 2553
        กับท่าเต้นนับนิ้วในเพลง it’s alright ที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง บี้ก็ได้ปล่อยเพลงรัก
    เพลงที่มีจังหวะการเต้นสบายๆ ในสไตล์ของบี้ให้ตามติดขึ้นชาร์ต

    รักนะคะ   >>2554
    อัลบั้มล่าสุดของบี้ มีเพลงเพราะมากมาย เช่น รักนะคะ   Look Like Love
    คอนเสิร์ตใหญ่

    คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ในชื่อ เลิฟแอคแทค ( Love Attack )

    คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่สอง ในชื่อคอนเสิร์ตว่า เลิฟมากมาย ( Love มากมาย )

    คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งล่าสุดในชื่อคอนเสิร์ตว่า เลิฟไม่กลัว กลัวไม่เลิฟ ( Love ไม่กลัว กลัวไม่ Love )

    พรีเซ็นเตอร์




    นมถั่วเหลืองโฟโมสต์ ไฮไฟว์(Formost Hi5)



        • โซนี่ ไซเบอร์ชอต(Sony Cybershot)
    โทรศัพท์มือถือ ไอ โมบาย(I - Mobile )

     

      • ฮอนด้า คลิก ไอ(Honda Click i)


     


       • คลอเรท(Cloret)


     


      • ยำยำ จัมโบ้(บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยำยำ)

    สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

    กาแฟ เขาช่อง(กาแฟเขาช่องคอฟฟี่มิกส์ 3 in 1)

     
    เมืองไทยประกันชีวิต(เมืองไทย ยูนิตลิงค์ 1)
    รางวัล
      • รางวัลเพลงรักแห่งปี “I Need Somebody” จาก In Young Generation Choice 2006
      • รางวัลเพลงยอดนิยม “I Need Somebody” จาก Star Entertainment Awards 2006
      • รางวัลเพลงยอดนิยมสุดซี้ดประจำปี “I Need Somebody” จาก Seed Awards 2007
      • รางวัลเพลงฮิตที่สุดแห่งปี โทรมาว่ารักจาก Vergin Hitz Awards 2007
      • รางวัลนักร้องชายยอดเยี่ยม จาก Audition Music Awards 2008
      • รางวัลนักร้องยอดนิยม จาก Siam Dara Stars Party 2008
      • รางวัลนักร้องชายยอดนิยม จาก Young & Smart Vote Sudsapda Awards 2008
      • รางวัลนักร้องยอดเยี่ยม จาก Top Awards 2008
      • รางวัลขวัญใจมหาชน จาก 9 Entertainment Awards 2009
      • การขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากล (ชาย) จาก รางวัลเพชรในเพลง
      • รางวัลลูกกตัญญู โดยสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
      • รางวัลพรีเซนเตอร์ชายยอดนิยม จาก OHO Awards 2009
      • รางวัลศิลปินชายฮอต แห่งปี จาก TV Inside Hot Awards 2009
      • โล่เกียรติคุณเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552 โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ
      • รางวัลศิลปินเดี่ยวยอดนิยม จาก Young & Smart Vote Sudsapda Awards 2009
      • รางวัลนักร้องชายสุดปลื้ม จาก สื่อมวลชน
      • รางวัลนักแสดงชายยอดนิยม จาก คมชัดลึก อวอร์ด 2009
      • รางวัลนักร้องยอดเยี่ยม จาก Top Awards 2009
      • รางวัลสุดยอดเพลงดังแห่งปี "เพลง มากมาย" จาก Gmember Awards 2009
      • รางวัลสุดยอดศิลปินเดี่ยวแห่งปี จาก Gmember Awards 2009
      • รางวัลมิวสิกวิดีโอเพลงไทยสากลดีเด่น "เพลง ฮัก (HUG)" จาก รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 24
      • รางวัลขวัญใจมหาชน จาก 9 Entertainment Awards 2010
     
    สัมภาษณ์จากรายการ The Seed Show



    ขอขอบคุณ www.wikipedia.com
                         www.bie-fanclub.com
                      www.youtube.com